ปีที่ผ่านมาคงเห็นโฆษณาสินเชื่อสำหรับการไปเที่ยว ซื้อสินค้า ทีวี แต่งงาน การศึกษา สารพัดสินเชื่อ ที่แต่ละแห่งงัดกันมาให้เคลิบเคลิ้ม ตอนใช้มันก็สนุกล่ะค่ะ  แต่ตอนใช้คืนนี่ซิค่ะ  แทบเอาเท้าก่ายหน้าผาก
 
      สินเชื่อบุคคล คือ สินเชื่อเพื่อนำไปใช้อุปโภคบริโภคทั่วไป  หรือศัพท์ชาวบ้านก็คือ มีคนมาบอกว่า เอาเงินไปใช้มั๋ยตะเอง เอาไปทำอะไรก็ได้ตัวเอง เค้าไม่ว่าอะไร  แต่ขอให้คืนก็พอ  ความหมายมีเท่านี้จริงๆ ค่ะ ถ้าเป็นสมัยโบราณ ก็ไปขอยืมผู้ใหญ่บ้านหรือคนรวยประจำหมู่บ้านล่ะค่ะ
 
      ข้อดี :  ก็มี เวลาต้องใช้เงิน แต่ไม่มีเงินสดในมือ  เช่น ค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน หรือบางคนอยากจะปลดหนี้บัตรเครดิต ก็ขอกู้มารวมอยู่ที่เดียว ขออัตรดอกเบี้ยต่ำๆ แล้วผ่อนคืน โดยสัญญาว่าฉันจะหักบัตรเครดิตทุกใบทิ้ง ประมาณนี้ล่ะค่ะประโยชน์
      ข้อเสีย :  เพียบ  มีที่ไหนชวนให้คนนิสัยเสีย  กู้ไปเที่ยว  กู้ไปกินข้าว  กู้เปลี่ยนทีวีจอใหญ่  กู้ซื้อสมาร์ทโฟน กู้ๆๆๆๆๆๆ  บ้าไปแล้ว  ไม่มีใครมาเบรกเลยหรือ  ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้ซิ  ไม่มีก็ไม่ซื้อ  ไม่เห็นเป็นไรเลย  ใช้เท่าที่หาได้ดิ  ดอกเบี้ย 10 เท่าของดอกเบี้ยเงินฝากนะจ๊ะ
 
      เงื่อไนการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนใหญ่ก็คือ
  • วงเงินอนุมัติ 5 เท่าของรายได้
  • ระยะเวลาผ่อนชำระ 1-7 ปี
  • ชำระแบบลดต้นลดดอก 
  • ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน
  • ดอกเบี้ยก็ร้อยละ 15-28 ต่อปี

 



           เพลีย....ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ  ค่ะ  กับคำศัพท์ทางการเงิน จริงๆ ไม่อยากจะยุ่งกับมันหรอก  แต่มันน่ะมายุ่งกับชีวิตชาวบ้านเยอะขึ้น   จำกันได้มั๊ย   15 ปีก่อน  มีใครรู้จักคำว่า  เงินกู้ BIBF   เงินกู้ดอลลาร์   ตระกร้าเงิน  เงินสำรองระหว่างประเทศ     IMF......  ทองหลวงตา    ขอบอกนะค่ะ มารู้กันก็ตอนตกงานแล้ว      แล้วก็ตอนนี้ ก็สารพัดเลย  ซับไพร์ม   QE 1, 2, 3   ธนาคารกลางยุโรป  Operation Twist.........โอ้แม่เจ้า อะไรจะเยอะขนาดนี้  แล้วท้ายสุด   เลียงผาทางการคลัง.............ขออภัยค่ะ  หน้าผาทางการคลัง

         มาดูความหมายก่อนแล้วกัน  หน้าผาทางการคลัง  มาจากภาษาอังกฤษว่า Fiscal Cliff  แปลเลยนะค่ะ  Fiscal แปลว่า งบประมาณ การเงินการคลัง  ส่วน  Cliff  แปลว่า  หน้าผา  เอามารวมกันก็แปลว่าหน้าผาทางการคลัง  แล้วเอามารวมกันทำมีดอะไร  สำบัดสำนวนนะตาฝรั่งเบน(เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ) เดี้ยนงงนะ

        ตามกูรูเค้าว่าน่ะค่ะ  หน้าผาทางการคลัง  หมายความว่า  ความกลัวว่าจะเกิดการถดถอยของเศรษฐกิจอย่างรุนแรง    มันมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา    ในอดีตแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสารพัดวิธีมาตั้งแต่ 10 ปีก่อนได้แล้ว     แต่ปลายปีนี้มันจะครบกำหนดหมดอายุเว้ย.....เฮ้ย    แต่เศรษฐกิจยังอมโรคอยู่เลย     มาตรการที่หมดอายุ   อันหนักๆ ก็เป็นการลดหย่อนจัดเก็บภาษี  และอีกอันคือต้องลดค่าใช้จ่ายภาครัฐลง  เพราะตัวเองเล่นก่อหนี้ไว้ซะเยอะ...เล่นซะเต็มเพดานก็ต้องลดรายจ่ายลงอัตโนมัติตามกฎหมาย     รวมๆ แล้วก็ภาครัฐจะได้เงินจากภาษีเพิ่มกับประหยัดรายจ่ายเป็นเงิน  6 แสนล้านดอลล์   ดูเหมือนจะดีนะ   แต่จริงๆ กูรูอีกแหละบอกว่า   เงินในระบบหายไป 6 แสนล้านดอลล์   เศรษฐกิจที่ยังลูกผีลูกคนอยู่ตอนนี้ก็อาจจะเดี้ยงซิพี่    มันก็จะไม่โตแถมจะถอยหลังอีก    แต่พี่เบนแกบอกกลัวจะตกหน้าผาคอหักตายย่ะ  (สงสัยดูละคร เหิรฟ้า...ของพี่ศรรามมา  ใครจำได้บ้างยกมือขึ้น เก่ามั๊กๆ)    หรือเปรียบเทียบแบบบ้านๆ  เอาแรงๆ หน่อย   ฉีดยาเฮโรอีนเลี้ยงมาเป็น 10 ปี  มันยังทรงๆ ทรุด     อยู่ๆ หยุดยาไป   มันก็ช็อกตายกันพอดี..
 
(บ้านเรานี่ก็ระวังนะจ๊ะ รถคันแรก บ้านหลังแรก  ผัวคน...อุ้ยยังโสดค่ะ  จำนำข้าว  ประกันข้าว  ประกันราคายาง   ชดเชยดีเซล  กองทุนหมู่บ้าน   มันมีผลกระทบทั้งก่อนใช้  ใช้อยู่  หลังใช้  และตอนหมดยาเหมือนกันเด้อ แต่มากน้อยค่อยว่ากัน)

เป็นไงค่ะพอได้มั๊ยค่ะ   แต่ความเห็นส่วนตัว  ส่วนตั๊ว ส่วนตัว    นะค่ะ    นี่เฮียเบน   ออกมาขู่ชาวบ้านเค้านี่   เฮียหวังอะไร  ใครปีนหน้าผา ใครจะตกหน้าผา    เงินในระบบหายไป 6 แสนล้านดอล์   ใครจะตาย    ต่อให้ตก   ก็ไม่ตาย  กล้ามาพนันกับหนูมั๊ยน้าเบน    แหม่...ก็เฮียปั๊มเงินดอลลาร์ได้ไม่อั้น   ไม่ต้องมีทองคำ ทรัพย์สินอะไรค้ำฯ  ที่ผ่านมาก็ปั๊มซะปลูกต้นไม้ตามไม่ทัน   เฮียจะกลัวทำไม    หรือว่าเงินที่ตะเองปั๊มมาน่ะมันไปไหนหรือ    เอาไปจ้างงาน สร้างงาน สร้างรายได้  ให้ประชาชนตะเองเต็มๆ หรือเปล่า     แต่ที่แน่ๆ เงินตะเองน่ะมันมาโผล่ที่บางกอก  กัวลาลัมเปอร์  จาการ์ตาร์ ปักกิ่ง  เชนไน   ด้วยนะเค้าจะบอกให้ 

แล้วไม่ต้องถามนะค่ะว่า  ปั๊มเงินไม่อั้นได้ยังไง  คงหาอ่านเองได้     แต่อยากให้ไปดูว่า  เงิน  คือ อะไร    ในตำราอังกฤษ  ไทย Wiki  ลองอ่านดู   แล้วคุณเชื่อหมดมั๊ย  ดิฉันเชื่อแค่นิยาม   แต่มูลค่าของมันเป็นเรื่องสมมติ 

เพราะฉะนั้นถ้าเงินมันเป็นเรื่องสมมติ  ทุกอย่างรวมถึงบรรทัดแรกที่เขียนมาก็เป็นลูกหลานเหลนโหลนสมมติ ........มันไม่ได้ต่างจาก  สมมติว่าคุณเป็นแฟน เบคแฮม  มาเรีย  มาดอนน่า  เจ้าหญิง นางฟ้า  แม๊กซเดอะว๊อยซ์(กรี๊ดๆๆๆ)   แล้วคุณหลอกหรือบังคับ รวมถึงขู่ให้ คนอื่นเชื่อสิ่งที่คุณสมมติขึ้นได้

 
เพราะสุดท้ายแล้ว.....มันไม่ใช่เรื่องสมมติ
 
 
 
 
สวัสดีจ้าแฟนๆ จริงๆ จะหยุดทำแล้ว แต่เห็นคนเข้ามาเยอะเลยอดใจไม่ไหว  ก็จะกลับมาอัพเดทเนื้อหาแล้วกันนะค่ะ วันนี้จะขอกล่าวถึงสินเชื่อเงินสด เอาความหมายก่อนแล้วกันน่ะ
 
สินเชื่อเงินสด หรือบัตรเงินสด ก็คือ เงินกู้ประเภทหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อบุคลและมีลักษณะให้ใช้เป็นวงเงิน (การใช้เป็นวงเงินอธิบายง่ายๆ คือ เมื่อเบิกใช้แล้วมีการจ่ายเงินก็กลับไปใช้ได้อีก แต่ไม่เกินวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ถ้าใช้ในธุรกิจจะเรียกว่า Over Draft หรือ OD) วัตถุประสงค์ให้กู้ไม่มี หรือเอาไปทำอะไรก็ได้   เงื่อนไขการให้ส่วนใหญ่จะอิงกับอัตราเงินเดือนประมาณ 3-5 เท่าของเงินเดือน  สำหรับอัตราดอกเบี้ยจะประมาณ 20-28% ต่อปี การจ่ายคืนจะกำหนดเป็นร้อยละต่อเดือน เช่น จ่ายคืนขึ้นต่ำประมาณ 5% ของยอดหนี้ หรือขั้นต่ำ 500 บาทต่อเดือน เป็นต้น
 
สำหรับธนาคารไหนมีสินเชื่อแบบนี้บ้างก็มีหลายแห่ง เช่น ธ.กสิกร  KTC ธ.ไทยพาณิชย์  ซิตี้แบงค์ ธ.กรุงศรี เป็นต้น
 
ประโยชน์ของบัตรเงินสด หรือสินเชื่อเงินสด ก็พอมีนะค่ะ เช่น ถ้าหมุนเงินไม่ทัน จำเป็นต้องใช้เงินสด แต่ถอนไม่ได้หรือเงินในมือไม่พอ   ก็กดเบิกได้เหมือน ATM สะดวกมาก 
 
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือดอกเบี้ยน่ะค่ะ  จะเจอหลอกล่อว่า ดอกเบี้ยเพียง 2% ต่อเดือนเอง แต่จริงๆ คือ 24% ต่อปี คิดให้ดีน่ะจ๊ะแพงมากน่ะ  ดอกเบี้ยเงินฝากแค่ 3% ที่สำคัญถ้าเป็นหนี้เค้า 4 ปี ดอกเบี้ยเท่ากับเงินต้นเลยน่ะจ๊ะ   แล้วใครเคยเป็นจะรู้นี้ กว่าจะใช้คืนหมดมันเหนื่อย
 
ที่สำคัญมีหลายคนหน้ามืดเอาไปพนันบอล ยิ่งช่วงนี้บอลยูโร 2012  ไหนจะเจอกับมาเฟีย จะเจอดอกเบี้ยแพง  โอกาสได้ก็น้อย ไม่มีดีตรงไหนเลย คนที่การเล่นพนันขอบอกตรงๆ น่ะว่าไม่ฉลาดมากๆ ยิ่งกู้เค้ามาเล่นมาจ่ายยิ่งไม่ฉลาดมากๆๆๆๆๆๆ (ไม่อยากใช้คำว่าโง่)
 
สุดท้ายจำให้แม่นน่ะ  ไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ
 
 

 

ย้อนกลับไปซัก 10 ปี ที่แล้ว ภาพของธนาคารออมสินจะเป็นธนาคารกะลุกปุ๊กไทย สำหรับเด็กๆ ไปหัดฝากเงิน พอโตแล้วไปฝากที่อื่น จริงหรือเปล่าเนี่ย แซวเล่นนะค่ะ อีกภาพหนึ่งที่จำได้คือ พันธบัตรออมสิน หรือหวยออมสิน แต่ภาพตอนนี้ที่เริ่มผุดเข้ามา คือ ธนาคารสีชมพู เริ่มเห็นตามห้างดังๆ และที่สำคัญมีสินเชื่อชาวบ้าน เลยทำให้ต้องหยิบมาเขียนวันนี้

ธนาคารออมสินเปิดให้บริการสินเชื่อ  และเน้นไปที่บุคคลรายย่อย เริ่มแรกที่เห็นเป็นสินเชื่อหรือปล่อยกู้สำหรับคนซื้อบ้าน สินเชื่อสวัสดิการ สินเชื่อเพื่อการศึกษา   และต่อมา เป็นสินเชื่อแบบใหม่ๆ ใหม่จริงๆ ด้วย ไม่มีที่ไหนในโลกมาก่อน ลองมาดูชื่อกันค่ะ

1.สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน

 

  • เพื่อเป็นเงินทุนหรือเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ หรือ เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ หรือชำระหนี้อื่นๆ
  • วงเงินให้กู้ ไม่เกินรายละ 100,000 บาท
  • ดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 0.50 ต่อเดือน (Flat Rate)
    * Flat Rate คือ แบบลดต้นลดดอก (จะปล่อยสินเชื่อชาวบ้านที ที่เว็บออมสินยังใช้ศัพท์เทคนิคอยู่)

 

2.สินเชื่อแบบฉับพลัน

 

  • เพื่อเป็นเงินกู้ใช้ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนใน การ ดำรงชีพ อาทิ ค่าเล่าเรียนบุตร ค่ารักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัว ค่าใช้จ่ายกรณีจำเป็นเร่งด่วน ฯลฯ
  • จำนวนเงินให้ กู้ ให้กู้ได้ตามความจำเป็นไม่เกินรายละ 10,000 บาท
  • ดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 0.50 ต่อเดือน

 

3.สินเชื่อธุรกิจห้องแถว ภาษาอังกฤษใช้คำว่า RowHouse เพื่อหมุนเวียนซื้อสินค้า วัตถุดิบทุนในอาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า

4.สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายใหม่เพื่อเป็นเงินทุน หรือเงินหมุนเวียน ในการประกอบอาชีพ 

 

จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับชาวบ้าน แต่เป็นสินเชื่อแบบใหม่สำหรับธนาคารหรือสินเชื่อในระบบ อย่าไปสนใจเรื่องใหม่เก่า ดูอัตราดอกเบี้ยก็พอค่ะ ถูกกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต และแน่นอนถูกกว่าเงินกู้นอกระบบ ร้อยละ 0.5 ต่อเดือนก็ คือ ร้อยละ 6 ต่อปี บัตรเครดิตจะอยู่ที่ร้อยละ 20 ต่อปี ส่วนนอกระบบร้อยละ 5 ต่อเดือนก็คือ ร้อยละ 60 ต่อปีเด้อ

 

เพราะฉะนั้น ไปกู้ออมสินมาชำระหนี้บัตรเครดิต หรือ นอกระบบ แล้วจัดระเบียบรายรับรายจ่ายดี เหลือเงินเก็บนะจะบอกให้ อ่า ว่างๆ จะทำเป็น Excel คำนวณมาให้ดู

Update สินเชื่อบุคคลธนาคารออมสินในปัจจุบัน (ปี 2555)

  • สินเชื่อเช่าซื้อ : สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase)รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์
  • สินเชื่อเคหะ : สินชื่อบ้าน
  • สินเชื่อไทรทองเอนกประสงค์ : สินเชื่อเอนกประสงค์ เช่น ค่าของเครื่องใช้ประกอบการทำธุรกิจ ยานพาหนะ เพื่อการอุปโภคและบริโภค เป็นต้น
  • สินเชื่อเพื่อการศึกษา
  • สินเชื่อคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
  • สินเชื่อไปทำงานต่างประเทศ
  • สินเชื่อสวัสดิการ
  • สินเชื่อชีวิตสุขสันต์
  • GSB PLUS โครงการสินเชื่อเพิ่มยอดแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สินเชื่อเคหะเพิ่มยอด และสินเชื่อบุคคลเพิ่มยอด

วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ วิกฤตเศรษฐกิจของโลก ตอนที่ 1

จั่วหัววิกฤติ เ ลยดูจะเครียดไปหน่อย แต่ไม่รู้น่ะค่ะ รู้สึกว่าไม่ซีเรียสเลย ไม่ตื่นเต้น แม้ว่าจะมีโอกาสตกงานเหมือนปี 40 ตอนเกิดวิกฤตต้มยำุกุ้ง ไม่ได้ว่ารวย แต่มีความเชื่อว่า พวกเราคนไทยเคยผ่านมาแล้ว มีประสบการณ์มาแล้ว มีความสามารถในการรับมือได้ และมีการเตรียมพร้อมเชียวล่ะ ที่สำคัญวิกฤติการเมือง ก็ชักจะชาชินซะแล้ว บอกตรงๆ เฉยๆ 

กลับมาวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ จริงๆ ทางอเมริกา และยุโรป เค้าไม่ใช้คำนี้ ไม่เคยเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์หรือเว็บ CNN Yahoo Google New เลย ที่เห็นจะเป็น Subprime Crisis, Credit Crisis, Bank Crisi, USA Crisis และล่าสุดเป็น World Cirsis สถานะการณ์ปัจจุบันลุกลามจนคาดไม่ถึงว่าจะจบแบบไหน มีการคาดการณ์กันว่าปี 2552 จะเผาจริง อันนี้ขอบอกเลยน่ะจ๊ะ คนเราถ้ารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วไม่ทำอะไรนี่แย่มากๆ เหมือนทางอเมริกา รู้ว่าปีหน้าจะเกิดอะไร แต่ไม่สนใจตอนนี้เป็นไง และจะแก้ยังไง ขอให้เพื่อนลองนึกไปตอนปี 40 41 พวกเราสับสนกันมากมีแต่ข่าวร้าย แบงค์ล้มเกินครึ่ง ธุรกิจล้มละลาย คนตกงานเยอะมาก มีพ่อเพิ่มอีกคนชื่อ ไอเอ็มเอฟ สถานการณ์ตอนนั้น เหมือนกับอเมริกาเลย ตอนนี้ที่อเมริกา ธนาคารล้มไปเยอะมาก ทั้้งใหญ่และเล็ก ที่ดังสุดเป็น Lehman Brother และธุรกิจระดับประเทศขอล้มละลายไปหลายเจ้าแล้ว ล่าสุดเป็นร้านค้าอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ชื่อ Curcuit City คล้ายไอทีซิตี้บ้านเรา ตอนนี้กำลังลุ้น ค่ายรถยักษ์ใหญ่ GM Ford Crysler 

นักวิเ คราะห์หลายท่านบอกว่า จะเปรียบเทียม ต้มยำกุ้ง กับ แฮมเบอร์เกอร์ ได้บ้างและไม่ได้บ้าง แต่ในความเห็นส่วนตัว พอจะบอกไ ด้แบบนี้

 

  • ส่วนที่จะเอามาเปรียบเทียบกันไ ม่ได้ คือ ขนาด ต่างกันลิบลับ บ้านเราขนาดเศรษฐกิจเล็กมากเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลก แต่อเมริกาขนาดเศรษฐกิจเกินครึ่งของโลก  ทำให้ผลกระทบกับโลกต่างกันมาก และอีกส่วนที่เทียบกันลำบากคือ สาเหตุ บ้านเราเกิดจากค่าเงิน อเมริกาเกิดจาก สินเชื่อซับไพร์ม
  • ส่วนที่พอจะเปรียบเทียบกันได้ คือ วิวัฒนาการของสถานะการณ์ เริ่มจากสถาบันการเงินล้ม ธุรกิจลุ้ม คนตกงาน มันมารูปแบบเดียวกัน และต่อไปคือ ปัญหาสังคมรุนแ รง ที่จะตามมา ถ้ารัฐบาลไม่หยุดความวิตกก่อน อันนี้อเมริกาคนเก่งเยอะมาก แต่ไม่ตั้งตัวหรือเพราะอะไรไม่ทราบได้ ดูยังมั่วๆ กันอยู่ แผนหยุดความวิตกไม่มี มัวแต่ไปมองปีหน้าเผาจริง หรือเมื่อวันก่อนไปมอง Global Trend 2025 ท่าจะมั่วจริงๆ นี่ไม่ต้องพูดแผนกอบกู้
         และอีกอันจริงๆ มันเหมือนกัน คือ สาเหตุ ถ้ามองลึกๆ แ ล้วเหมือนประเทศสาระขันธ์เลย นั่นคือ ความโลภ ความฟุ้งเฝ้อ การคอร์รัปชั่น นั่นแ หละเป็นสาเหตุสำคัญ
 
        ขอจบตอนก่อนแ ล้วกัน ดูแล้วเรื่องนี้มีให้เขียนกันยาว ยังไ งก็อย่าประมาทการใช้จ่ายน่ะค่ะ เศรษฐกิจพอเพียงดีที่สุด เหมาะที่สุด สำหรับประเทศไทย และน่าจะเป็นของโลกด้วย ถ้าใครไม่ประมาท และนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ล่ะก็ ไม่ต้องกลัวปีหน้าเลย และที่สำคัญถ้าเราไม่มีปัญหา สมองก็จะใส มองเห็นโอกาสในวิกฤติได้